ประวัติความเป็นมา

23 กุมภาพันธ์ 2558

บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท โคราชวินด์เอ็นเนอร์ยี จำกัด (“KWE”) จาก บริษัท ควอนติตัส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (“QE”) ซึ่งดำเนินธุรกิจโครงการพลังงานลม จำนวน 9,998 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.98 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด 10,000 หุ้น มูลค่าการจ่ายซื้อหุ้นสามัญ 432,000,000 บาท และมูลค่าประมาณการในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการจำนวน 4,249,000,000 บาท มูลค่ารวมของโครงการจำนวน 4,681,000,000 บาท

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

9 มีนาคม 2558

  • บริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด (“WED”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เข้าทำรายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม มูลค่ารวมของโครงการประมาณ 6,145,721,100 บาท โดย WED เป็นผู้ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ประเภทโรงไฟฟ้ากังหันลมจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขนาด 50 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขนาด 8+2 เมกะวัตต์ ในระบบ Adder 3.50 บาท ระยะเวลา 10 ปี

8 เมษายน 2558

  • GUNKUL ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (“MOU”) เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา กับ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จากัด (มหาชน) (“CWT”) โดย CWT และ GUNKUL จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทฯ ขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ โดย GUNKUL จะถือหุ้นในบริษัทฯในสัดส่วนร้อยละ 25.01

23 มิถุนายน 2558

  • บริษัทฯ ได้แจ้งสารสนเทศการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ของ บริษัท กรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด ประมาณการมูลค่าการลงทุนจำนวน 6,325,000,000 บาท โดย GNP ประกอบธุรกิจพัฒนาและทำกิจการโรงไฟฟ้าเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจาก พลังงานลมให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) ซึ่งเป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 1 สัญญา ขนาดรวม 60 เมกะวัตต์ โดยได้รับการสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) ในอัตรา 3.50 บาท เป็นระยะเวลา10 ปี ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง GNP กับ กฟผ. ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยคาดว่า จะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2560

19 สิงหาคม 2558

  • บริษัทฯ ได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือห้นครั้งที่ 1/2558 ในเรื่องดังต่อไปนี้
    • ให้สัตยาบันการเข้าทำรายการการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมของ บริษัท กรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด ขนาด 60 เมกะวัตต์ ในมูลค่ารวมของโครงการประมาณ 6,325,000,000 บาท
    • ให้สัตยาบันการเข้าทำรายการการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Sendai Okura Mega Solar Godo Kaisha ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 31.75 เมกะวัตต์ ในมูลค่ารวมของโครงการประมาณ 12,599,100,000 เยน หรือประมาณ 3,527,800,000 บาท
    • อนุมัติการเข้าทำรายการการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท อินฟินิท อัลเทอร์เนทีฟ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด สัดส่วนร้อยละ 67 ซึ่งถือหุ้นอยู่ใน บริษัท รางเงิน โซลูชั่น จำกัด ที่ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการลงทุนในโครงการดังกล่าว ขนาด 87 เมกะวัตต์ ในมูลค่ารวมของโครงการประมาณ 5,487,500,000 บาท
    • อนุมัติการเข้าทำรายการการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GK Kimitsu ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 33.50 เมกะวัตต์ ในมูลค่าของโครงการรวมประมาณ 13,057,800,000 เยน หรือ 3,656,200,000 บาท
    • อนุมัติการจัดหาแหล่งเงินทุนโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Right Offering) และออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ (Warrant) โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อรองรับ Righ Offering และ Warrant ในจำนวนไม่เกิน 274,981,118 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ดังนี้
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 183,320,745 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) และในอัตราจัดสรร 6 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยเศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง ทั้งนี้ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมดังกล่าวเท่ากับ 22 บาท ต่อหุ้น
        ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนในรอบแรกแล้ว บริษัทฯ จะจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งแสดงความจำนงจองซื้อเกินสัดส่วนตามสัดส่วนการถือหุ้นอีกหลายรอบจนกว่าจะหมด ยกเว้นกรณีไม่สามารถจัดสรรได้เนื่องจากเป็นเศษหุ้น หรือไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดประสงค์ที่จะจองซื้อหุ้นดังกล่าวอีกต่อไป
      • จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 91,660,373 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิฯ (GUNKUL-W) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ซึ่งใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ตามข้อ (1) ในอัตราส่วนหุ้นสามัญใหม่ซึ่งจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 2 หุ้นต่อใบสำคัญแสดงสิทธิฯ 1 หน่วย

4 พฤศจิกายน 2558

  • บริษัทฯ ได้แจ้งสารสนเทศการจัดตั้งบริษัท จีโอ ไบโอเอนเนอร์ยี่ จำกัด จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 74.90 และ บริษัท เอาท์โกรว์ เอนเนอร์ยี่ คอนซัลท์ จำกัด จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25.10 ทุนจดทะเบียน 34,300,000 บาท

12 พฤศจิกายน 2558

  • บริษัทฯ ได้เข้าทำรายการซื้อหุ้นสามัญใน บริษัท กันกุล แอลอีดี ไลท์ติ้ง จำกัด จากผู้ถือหุ้นปัจจุบัน เป็นจำนวนรวม 150,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15 ของ ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน ในมูลค่า 6,090,000.00 บาท รวมถือหุ้นทั้งหมด 899,999 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 90 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100,000,000.00 บาท)

26 พฤศจิกายน 2558

  • บริษัท รางเงิน โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 11 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวม 87 เมกกะวัตต์ โดยโครงการพังตรุ ซึ่งตั้งอยู่ ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ขนาดกำลังการผลิต 8 เมกกะวัตต์ ได้เปิดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นระยะเวลา 25 ปี ในราคารับซื้อไฟฟ้าที่ 5.66 บาทต่อหน่วย บนระบบอัตรารับซื้อไฟฟ้าคงที่ตลอดอายุโครงการ หรือ Feed in Tariff (“FiT”)

5 กุมภาพันธ์ 2557

บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาให้บริการด้านวิศวกรรมและจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงกับ Myanmar Electric Power Enterprise (MEPE), Ministry of Electric Power เพื่อให้บริหารด้านวิศวกรรมและจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงสำหรับสถานีย่อยและระบบสายส่งในระบบ 66-230 kV รวมจำนวน 15 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 11,362,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าโครงการประมาณ 373,000,000 บาท โดยมีระยะเวลาส่งมอบภายหลังการลงนามในสัญญาและได้รับ L/C แล้วเป็นเวลา 7-10 เดือน

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

13 กุมภาพันธ์ 2557

  • บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท กรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด จาก บริษัท อิมแพค เอนเนอยี่ เอเชีย ลิมิเต็ด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาด 60 เมกะวัตต์ โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 199,998 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด 200,000 หุ้น รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 432,000,000 บาท ทุนจดทะเบียน 2,000,00 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,138,100,000 บาท)

20 กุมภาพันธ์ 2557

  • บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาให้บริการด้านวิศวกรรมและจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงกับ Myanmar Electric Power Enterprise (MEPE), Ministry of Electric Power เพิ่มเติมอีกจำนวน 2 สัญญา เพื่อให้บริหารด้านวิศวกรรมและจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงสำหรับสถานีย่อยและระบบสายส่งในระบบ 66/33/11kV,20&30MVA มีมูลค่าโครงการ 2,288,200 ดอลลาร์สหรัฐ และ 1,007,500 ยูโร หรือคิดเป็นมูลค่าโครงการรวมประมาณ 120,000,000 บาท โดยมีระยะเวลาส่งมอบภายหลังการลงนามในสัญญาและได้รับ L/C แล้วเป็นเวลา 360 วัน

17 เมษายน 2557

  • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท กันกุล แอลอีดี ไลท์ติ้ง จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ส่องสว่างประเภทหลอดไฟแอลอีดี (LED) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 74.49 ของทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท)

2 มิถุนายน 2557

  • บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด จาก บริษัท อิมแพค เอนเนอยี่ เอเชีย ลิมิเต็ด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานลม โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 3 สัญญา คิดเป็นจำนวนรวม 60 เมกะวัตต์ และได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) หน่วยละ 3.50 บาท โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 31,563,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 30 ของทุน จดทะเบียนทั้งหมด 1,052,100,000 หุ้น ในราคารวม 373,211,000 บาท รวมคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียน 1,052,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,500,000,000 บาท)

16 มิถุนายน 2557

  • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท กันกุล โซลาร์ คอมมูนิตี้ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท)

18 กันยายน 2557

  • บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) กับ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา

17 ธันวาคม 2557

  • Gunkul International (Mauritius) (“GIM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เข้าซื้อหุ้นของ Sendai Okura Mega Solar Godo Kaisha (“GK Sendai”) ซึ่งดำเนินธุรกิจพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 31.75 เมกะวัตต์ (38.10 เมกะวัตต์ติดตั้ง) ที่จังหวัดมิยากิ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Tohoku Electric Power Co., Inc. (“Tohoku Electric”) โดยได้รับสัมปทานในการขายไฟฟ้าให้แก่ Tohoku Electric เป็นระยะเวลา 20 ปีในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ feed-in tariff (FIT) หน่วยละ 36 เยน โดยบริษัทเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100.00 รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 1.80 พันล้านเยน หรือ 504,000,000 บาท

31 มกราคม 2556

บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท เอ็น เค เพาวเวอร์โซล่า จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 1 สัญญา คิดเป็นจำนวนรวม 1 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 49.00 โดยบริษัทฯ ถือหุ้นใน บริษัท เอ็นเค เพาวเวอร์โซล่า จำกัด เป็นหุ้นสามัญจำนวน 9,799 หุ้น และเป็นหุ้นบุริมสิทธิ จำนวน 2,940 หุ้น โดยสิทธิในการออกเสียงสำหรับหุ้นสามัญ 1 หุ้น เท่ากับ 1 เสียง และ หุ้นบุริมสิทธิ 1 หุ้น เท่ากับ 20 เสียง (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2,600,000 บาท)

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

25 กุมภาพันธ์ 2556

  • บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท กันกุล พาวเวอร์เจน จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 5 สัญญา จำนวนรวม 30.9 เมกกะวัตต์ และได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) หน่วยละ 8.00 บาท โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญให้กับ บริษัท ชูบุ อีเล็คทริค พาวเวอร์ เจ็ม บี.วี. ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4,860,800 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 49.00 ของทุนจดทะเบียน 992,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 992,000,000 บาท)

13 มิถุนายน 2556

  • จัดตั้ง บริษัท สยาม วินด์ เอนเนอร์ยี่ ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยมุ่งเน้นด้านพลังงานลม โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40.00 ของทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท)

 

  • บริษัทฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท Gunkul International (Mauritius) {“GIM”) ในต่างประเทศ ณ สาธารณรัฐมอริเชียส โดยบริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 28,697,885 ดอลลาร์สหรัฐ) และจัดตั้ง Gunkul International (Singapore) Pte. Ltd. (“GIS”) และ Gunkul Myanmar Power (Hlawga) Pte. Ltd ณ ประเทศสิงคโปร์ โดย GIM มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 28,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 271,265 ดอลล่าร์สิงคโปร์) และ GIS มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียน 14,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 185,632 เหรียญสิงคโปร์) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการลงทุนในบริษัทต่างประเทศ

1 กรกฎาคม 2556

  • บริษัท กันกุล พาวเวอร์เจน จำกัด ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท กันกุล ชูบุ พาวเวอร์เจน จำกัด

สิงหาคม 2556

  • บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้างขอบเขตงานด้านติดตั้งระบบไฟฟ้า รวมถึงการจัดการอุปกรณ์ในการติดตั้งระบบไฟฟ้า สำหรับโรงผลิตไฟฟ้าสำหรับโรงผลิตปูนซิเมนต์ โรงที่ 4 บริเวณถนนมิตรภาพ ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี กับ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) มูลค่าสัญญาประมาณ 367,270,000 บาท

สิงหาคม 2556

  • บริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท กันกุล โซลาร์ รูฟ 1 จำกัด (GSR-1) บริษัท กันกุล โซลาร์ รูฟ 2 จำกัด (GSR-2) บริษัท กันกุล โซลาร์ พาวเวอร์ 1 จำกัด (GSP-1) บริษัท กันกุลโซลาร์ พาวเวอร์ 2 จำกัด (GSP-2) บริษัท ไบร์ท กรีน พาวเวอร์ จำกัด (BGP) และ บริษัท โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ โซไซตี้ จำกัด (SES) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.97 ของทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบัน GSR-1 มีทุนจดทะเบียน 21,000,000 บาท, GSR-2 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท, GSP-1 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท, GSP-2 มีทุนจดทะเบียน 39,000,000 บาท, BGP และ SES มีทุนจดทะเบียน 20,400,000 บาท)

สิงหาคม 2556

  • บริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง รวมทั้งดำเนินธุรกิจรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าและธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้าและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 15,000,000 บาท)

สิงหาคม 2556

  • บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 1 จำกัด (WHA_GSR-1) บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 2 จำกัด (WHA_GSR-2) บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีน โซล่าร์ รูฟ 3 จำกัด (WHA_GSR-3) บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 4 จำกัด (WHA_GSR-4) บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 5 จำกัด (WHA_GSR-5) และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 6 จำกัด (WHA_GSR-6) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร่วมในสัดส่วนร้อยละ 25.01 ของทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง (ปัจจุบัน WHA_GSR-1 มีทุนจดทะเบียน 11,500,000 บาท, WHA_GSR-2 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท, WHA_GSR-3 มีทุนจดทะเบียน 14,500,000 บาท, WHA_GSR-4 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท, WHA_GSR-5 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท และ WHA_GSR-6 มีทุนจดทะเบียน 14,500,000 บาท)

กันยายน 2556

  • บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดตั้ง บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 8 จำกัด บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 9 จำกัด บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีน โซล่าร์ รูฟ 10 จำกัด บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 16 จำกัด และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ กันกุล กรีนโซล่าร์ รูฟ 17 จำกัด โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร่วมในสัดส่วนร้อยละ 25.01 ของทุนจดทะเบียน 100,000 บาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง (ปัจจุบัน WHA_GSR-8 มีทุนจดทะเบียน 100,000 บาท, WHA_GSR-9 มีทุนจดทะเบียน 100,000 บาท, WHA_GSR-10 มีทุนจดทะเบียน 15,500,000 บาท, WHA_GSR-16 มีทุนจดทะเบียน 100,000 บาท, WHA_GSR-17 มีทุนจดทะเบียน 16,000,000 บาท)

 

  • บริษัทย่อย ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคาจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต อีกทั้งได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงและสัญญาเพื่อรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ติดตั้งบนหลังคา (โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อ 2.ลักษณะประกอบธุรกิจ)

กันยายน 2556

  • Gunkul Consortium ซึ่งร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และ Trina Solar Energy Development Pte. Ltd. ได้รับหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้างในงานก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จาก บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี่ (ชัยภูมิ) จำกัด และ บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) จำกัด ขนาดรวม 25 เมกกะวัตต์ มูลค่าโครงการประมาณ 1,215,000,000 บาท โดยเป็นงานของบริษัทฯ มีสัดส่วนร้อยละ 58 ของมูลค่าโครงการ

15 กุมภาพันธ์ 2555

บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญารับเหมาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 8 เมกะวัตต์ (ประกอบด้วยสัญญาขนาด 5 เมกะวัตต์ และ 3 เมกะวัตต์) กับบริษัท ซี.เค.แอนด์ ซัน เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมูลค่าสัญญาและขอบเขตงานเป็นไปตามรายละเอียดที่ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้าง ณ วันที่ 1 กันยายน 2554

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

 

  • - บริษัท จี-พาวเวอร์ ซอร์ซ จำกัด ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 4 สัญญา รวมทั้งสิ้น 26 เมกะวัตต์ ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จทั้ง 4 โครงการ ทั้งนี้ 3 โครงการจำหน่ายไฟฟ้าได้ในปี 2555 และอีก 1 โครงการ จำหน่ายไฟฟ้าได้ในปี 2556 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
โครงการ ขนาด
(เมกะวัตต์)
ที่ตั้งโครงการ
(ที่ยื่นขออนุญาต)
เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้า
1 6.5 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ มีนาคม 2555
2 6.5 อ. บรรพตพิสัย จ. นครสวรรค์ March 2012
3 6.5 อ. สรรคบุรี จ. ชัยนาท์ มีนาคม 2555
4 6.5 อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ กุมภาพันธ์ 2556

30 มีนาคม 2555

  • บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท จี-พาวเวอร์ ซอร์ซ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค จำนวน 4 สัญญา คิดเป็นจำนวนรวม 26 เมกะวัตต์ และได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) หน่วยละ 8.00 บาท โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นสามัญให้กับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,500,000 หุ้น รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 629,920,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60.00 ของทุนจดทะเบียน 750,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 930,000,000 บาท ดังนั้นบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40.00)

15 พฤษภาคม 2555

  • บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด จาก บริษัท อิมแพค เอนเนอยี่ เอเชีย ลิมิเต็ด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานลม โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 3 สัญญา คิดเป็นจำนวนรวม 60 เมกะวัตต์ และได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) หน่วยละ 3.50 บาท โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 5,460,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 95.60 บาท รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 522,000,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 70.00 ของทุนจดทะเบียน 78,000,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,500,000,000 บาท และบริษัทฯ ถือครองหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100)

กรกฎาคม 2555

  • บริษัทฯ ได้จัดทำแปลงสาธิตการปลูกหญ้าเนเปียร์ สำหรับการใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นใช้ประโยชน์จากที่ดินภายในโครงการพลังงานลมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรรอบโครงการให้มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ปลูกหญ้าเนเปียร์ภายในประเทศอีกด้วย

25 มีนาคม 2554

บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้างขอบเขตงานด้าน รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 8 เมกะวัตต์ ด้านฐานราก การจัดหาแผงโซลาร์เซลล์ การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการติดตั้งระบบทั้งหมดจนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ (โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดสุพรรณบุรี) กับ บริษัท โซลาร์ต้า จำกัด (บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)) มูลค่าสัญญาประมาณ 752,000,000 บาท

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

13 มิถุนายน 2554

  • บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามสัญญาจ้างรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 8 เมกะวัตต์ (ประกอบด้วยสัญญาขนาด 5 เมกะวัตต์ 2 เมกะวัตต์ และ 1 เมกะวัตต์) กับ บริษัท โซลาร์ต้า จำกัด โดยมูลค่าสัญญาและขอบเขตงานเป็นไปตามรายละเอียดที่ได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้าง ณ วันที่ 25 มีนาคม 2554

1 กันยายน 2554

  • บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจ้างขอบเขตงานด้านรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 8 เมกะวัตต์ ด้านฐานราก การจัดหาแผงโซลาร์เซลล์การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการติดตั้งระบบทั้งหมดจนสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ (โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดบุรีรัมย์) กับ บริษัท ซี.เค.แอนด์ ซัน เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด มูลค่าสัญญาประมาณ 752,000,000 บาท

2 พฤศจิกายน 2554

  • บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกตกลงความเข้าใจในการศึกษาโครงการพัฒนา ด้านพลังงานลมขนาด 1,000 เมกะวัตต์ กับ กรมการพลังงาน กระทรวงพลังงาน ของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ สถานที่ศึกษาตามโครงการได้แก่ รัฐมอน รัฐกะยิน รัฐตะนินกะเย

11-13 ตุลาคม 2553

บริษัทฯ ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปจองซื้อหุ้น (Initial Public Offering) จำนวน 100,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.00 ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 400,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยจำหน่ายในราคาหุ้นละ 5.40 บาท - เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เพิ่มหลักทรัพย์ GUNKUL เข้าเป็นหลักทรัพย์ใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553 หลักทรัพย์ GUNKUL ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก (First Day Trade)

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

October 15, 2553

  • The Stock Exchange of Thailand added GUNKUL securities as new securities on the Stock Exchange of Thailand.

19 พฤศจิกายน 2553

  • บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท จี-พาวเวอร์ ซอร์ซ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเป็นคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 4 สัญญา คิดเป็นจำนวนรวม 26 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี และได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) หน่วยละ 8.00 บาท เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมทั้งโครงการดังกล่าวยังได้รับสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยบริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 9,898 หุ้น ในราคาหุ้นละ 6,500.00 บาท รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 64,337,000.00 บาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 98.98 ของ ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 930,000,000 บาท และบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40)

 

  • - บริษัท กันกุล พาวเวอร์เจน จำกัด ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 5 สัญญา ขนาดรวม 30.9 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี ซึ่งโครงการได้รับประโยชน์จากการจำหน่ายไฟฟ้าด้วยการได้รับส่วนเพิ่มราคาในการรับซื้อไฟฟ้า (Adder) จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในราคา 8.00 บาทต่อหน่วยเป็นระยะเวลา 10 ปี รวมทั้งโครงการดังกล่าวยังได้รับสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมีรายละเอียดโครงการดังนี้
โครงการ ขนาด
(เมกะวัตต์)
ที่ตั้งโครงการ
(ที่ยื่นขออนุญาต)
เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้า
1 3.0 อ. ชนแดน จ. เพชรบูรณ์ มกราคม 2554
  4.4 อ. ชนแดน จ. เพชรบูรณ์ ตุลาคม 2554
2 8.0 อ. ศรีจุฬา จ. นครนายก มิถุนายน 2556
3 8.0 อ. วิเชียรบุรี จ. เพชรบูรณ์ มีนาคม 2556
4 4.5 อ.สามง่าม จ. พิจิตร มีนาคม 2556
5 3.0 อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พฤศจิกายน 2556

 

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 300,000,000 บาท เป็น 400,000,000 บาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

 

  • บริษัทฯ ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)”

11 ธันวาคม 2552

  • จัดตั้งบริษัท กันกุล พาวเวอร์เจน จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 992,000,000 บาท)

 

จัดตั้งบริษัท เค.เอ็น.พี.ซัพพลาย จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 50,000,000 บาท)

 

จัดตั้งบริษัท จี.เค.แอสเซ็มบลี้ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท)

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัทและบริษัทย่อย

 

  • จัดตั้งบริษัท จี.เค. พาวเวอร์ โปรดักส์ จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท เคอร์เน่ (ประเทศไทย) จำกัด) ด้วยทุนจดทะเบียน 2,600,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท)

 

จัดตั้งบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,374,905,589 บาท)