สารจากประธานกรรมการบริษัท

นายกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์

ประธานกรรมการบริษัท

ในรอบปี 2560 ที่ผ่านมา สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในประเทศในด้านต้นทุนค่าไฟฟ้ามีภาวะทรงตัวจากราคาน้ำมันในระดับราคา 50 - 60 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อบาเรล มีภาพรวมด้านกำลังการผลิตรวมประมาณ 36,000 MW และมีจำนวนการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ที่ระดับ 30,300 MW โดยประมาณ ซึ่งเป็นจำนวนใกล้เคียงกับปี 2559 ที่จำนวน 30,972 MW และจากกรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้สังคมตั้งประเด็นคำถามถึงความจำเป็นในการสำรองปริมาณไฟฟ้าที่มีสัดส่วนสูงกว่าการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ที่อัตราร้อยละ 20 ว่ามีความเหมาะสมและส่งผลกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้าเกินความจำเป็นหรือไม่ โดยประเทศไทยยังใช้ก๊าซธรรมชาติครองสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในอาเซียนมากที่สุดที่ระดับร้อยละ 70 ซึ่งส่งผลเสียในด้านราคาค่าไฟฟ้าเนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโรงไฟฟ้าประเภทถ่านหิน โดยเป็นนโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐในปีที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากประชากรในพื้นที่ที่จะจัดสร้างโรงไฟฟ้าประเภทถ่านหิน ภายใต้หลักการด้านความมั่นคงหากมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าจำนวนที่ผลิตได้เอง เช่นบริเวณพื้นที่ทางภาคใต้ ของประเทศไทย

ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านพลังงานทดแทนโดยเฉพาะประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าการซื้อไฟฟ้าที่จำหน่ายผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง โดยประมาณร้อยละ 15 ยังผลให้เกิดความต้องการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคเอกชนมากขึ้นเพื่อทดแทนหรือลดสัดส่วนการซื้อจากการไฟฟ้าฯ ลงบางส่วน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันได้ของธุรกิจ ส่งผลให้มีอุปสงค์ความต้องการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ประเภทติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ในภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมายาวนาน และเป็นอีกปีที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการครบ 35 ปี ได้ผ่านการพัฒนาทุกด้าน และมีความเติบโตขึ้นอย่างน่าประทับใจโดยถือว่าบริษัทฯ ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อพลังงานที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยและในระดับอาเซียน ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังงานสะอาดเป็นปัจจัยสำคัญในการเอื้อประโยชน์ต่อสังคมรอบข้างของโรงไฟฟ้าให้อยู่ร่วมกัน ด้วยการมีส่วนร่วมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือมลพิษใดๆ กับประชากรโดยรอบบริเวณโรงไฟฟ้า และบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญและครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครบวงจร เพื่อสร้างผลตอบแทนกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีตลอดมา ยังผลให้บริษัทฯ มีชื่อเสียงในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ การให้บริการที่มีประสิทธิภาพและจัดส่งสินค้าตรงต่อเวลา ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ผนวกกับความมุ่งมันพัฒนาศักยภาพการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มบริษัทกันกุลได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเป้าหมาย 1,000 เมกกะวัตต์ ภายในปี 2564

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมเครือข่ายแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทย ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption) โดยมีการวางนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และนโยบายจริยธรรมทางธุรกิจ รวมทั้งทบทวนนโยบายสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้กับบุคลากรทุกระดับในบริษัทฯ ซึ่งเป้าหมายของ GUNKUL คือ การเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของบริษัทฯ รวมถึงการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ภายใต้ความระมัดระวัง เพื่อมุ่งประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ สูงสุด ทั้งนี้ เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่บรรดาผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

ท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือและการตอบรับที่ดีเสมอมานั้น ล้วนเป็นผู้มีพระคุณที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการและพนักงานบริษัท ลูกค้า ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ นักลงทุน รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้วนมีส่วนทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น และทำให้ GUNKUL มีฐานรากที่มั่นคง แข็งแกร่ง เป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาระบบไฟฟ้าและพลังงานในประเทศไทยให้ยั่งยืนและเติบโตควบคู่กันไปกับประเทศไทย และด้วยภารกิจที่ว่า GUNKUL ส่งมอบสินค้าและบริการด้วยคุณภาพและบริการที่สม่ำเสมอและคำนึงถึงประโยชน์กับทุกภาคส่วน ตลอดจนการทำเพื่อสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้ประเทศชาติได้พัฒนารวมทั้งบริษัทฯ ก็ได้พัฒนาควบคู่ต่อไป